เลเวอเรจแบบไดนามิกคือระบบที่เลเวอเรจที่นำมาใช้กับบัญชีเทรดของคุณจะปรับโดยอัตโนมัติตามระดับการเปิดรับความเสี่ยงในการเทรดของคุณ
แตกต่างจากเลเวอเรจแบบคงที่ซึ่งจะคงที่ตลอดเวลา เลเวอเรจแบบไดนามิกจะเปลี่ยนแปลงตามเวลาจริงเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เลเวอเรจแบบไดนามิกทำงานอย่างไร
สำหรับเลเวอเรจแบบไดนามิก เลเวอเรจจะไม่คงที่ โดยจะปรับโดยอัตโนมัติตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของสถานะที่เปิดและการเปิดรับความเสี่ยงโดยรวมของคุณ
พูดง่าย ๆ คือ:
การเทรดขนาดเล็กมักจะสามารถใช้เลเวอเรจที่สูงกว่า
การเทรดขนาดใหญ่มักจะได้รับเลเวอเรจที่ต่ำกว่า
การปรับเลเวอเรจจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ด้วยตนเอง
เมื่อขนาดสถานะของคุณเพิ่มขึ้น เลเวอเรจจะค่อย ๆ ลดลงเพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยงและปกป้องบัญชีของคุณ
ตัวอย่างของเลเวอเรจแบบไดนามิก
คุณกำลังเทรด EUR/USD
การเทรดที่ 1: เปิดสถานะขนาดเล็ก
ขนาดการเทรด: 0.10 ล็อต
เลเวอเรจที่ใช้: 1:500
มาร์จิ้นที่ต้องใช้: ต่ำ
ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเปิดการเทรดขนาดเล็กโดยใช้มาร์จิ้นน้อยลง
การเทรดที่ 2: เปิดสถานะขนาดใหญ่ขึ้น
ขนาดการเทรด: 2.00 ล็อต
เลเวอเรจที่ใช้: 1:200
มาร์จิ้นที่ต้องใช้: สูงขึ้น
เมื่อขนาดการเทรดเพิ่มขึ้น เลเวอเรจจะถูกปรับลดโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยควบคุมความเสี่ยง
คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรด้วยตนเอง ระบบจะปรับเลเวอเรจให้คุณโดยอัตโนมัติ
เหตุผลที่โบรกเกอร์ใช้เลเวอเรจแบบไดนามิก
เลเวอเรจแบบไดนามิกช่วยปกป้องบัญชีเทรดจากความเสี่ยงที่มากเกินไป
โดยออกแบบมาเพื่อ:
ลดความเสี่ยงในการเทรดขนาดใหญ่
เพิ่มเสถียรภาพให้กับบัญชี
ช่วยป้องกันการใช้เลเวอเรจเกินขนาด โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ข้อดีของเลเวอเรจแบบไดนามิก
ควบคุมความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ
เลเวอเรจสูงสำหรับการเทรดขนาดเล็ก
ไม่ต้องเปลี่ยนเลเวอเรจเอง
ปกป้องความเสี่ยงที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
การเทรดขนาดใหญ่ต้องใช้มาร์จิ้นมากขึ้น
เลเวอเรจอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณเพิ่มขนาดสถานะ
นี่เป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง
เลเวอเรจแบบไดนามิกจะใช้กับสถานะที่เปิดอยู่เท่านั้น ไม่ใช่การเทรดที่ปิดแล้ว
สรุป
เลเวอเรจแบบไดนามิกจะปรับเลเวอเรจโดยอัตโนมัติตามการเปลี่ยนแปลงของการเปิดรับความเสี่ยงในการเทรดของคุณ.
ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัยและมีการควบคุมมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อขนาดการเทรดเพิ่มขึ้น